คนไทยเราสมัยนี้ความเท่าเทียมกับ คือสิ่งที่ถูกต้องจริงไหมละคะ แต่ความเท่าเทียมใช้ไม่ได้กับ ระบบเจ้าขุนมูลนาย ระบบฟิวดัล หรือว่าระบบเจ้าครองนคร (feudalism) เป็นระบอบการปกครองในอดีต สยามเรียกว่า ระบบศักดินา ระบบการเมืองการปกครองของไทยในสมัยก่อน

ระบบเจ้าขุนมูลนาย (ศักดินาไทย)

ระบบเจ้าขุนมูลนาย

ระบบศักดินา คือ ตัววัดในการปรับไหม และพินัย ในกรณีขึ้นศาล คนที่ถือศักดินาสูง เมื่อทำผิดจะถูกลงโทษหนักกว่าผู้มีศักดินาต่ำ และยังมีระบบการปรับในศาลหลวง ค่าปรับนั้นก็เอาศักดินาเป็นบรรทัดฐานการกำหนดระบบศักดินาขึ้นมาก็เพื่อประโยชน์ในการกำหนดสิทธิ และหน้าที่ของประชาชน หน่วยงานที่ใช้ในการกำหนดศักดินา ใช้จำนวนไร่เป็นเกณฑ์ แต่มิได้หมายความว่าศักดินาจะเป็นข้อกำหนดตายตัวเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในการถือครองที่ดิน

ทั้งนี้ศักดินา ไม่เกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ที่ดิน เป็นวิธีการลำดับ”ศักดิ์”ของบุคคลตั้งแต่ พระมหาอุปราช ขุนนาง ข้าราชการ ลงไปจนถึงไพร่ และทาส โดยกำหนดจำนวนที่นามากน้อยตามศักดิ์ของคนๆ นั้น อาทิ พระมหาอุปราชมีศักดินา 100,000 ไร่ และสูงสุดของขุนนางคือ ชั้นเจ้าพระยามีศักดินา 10,000 ไร่ ส่วนคนธรรมดาสามัญมีศักดินา 25 ไร่ ทาสมีศักดินา 5 ไร่ เป็นต้น

ซึ่งถ้าหากจะเปรียบเทียบกับระบบราชการ อาจเทียบได้กับระบบพีซี ซึ่งจะถูกแบ่งเพื่อให้ทราบระดับข้าราชการ ในสมัยกรุงศรีอยุธยา อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นสังคมศักดินา เพราะในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ (พ.ศ. 1991 – พ.ศ. 2031) พระองค์ได้ทรงตราพระราชกำหนดศักดินาขึ้นมาใช้อย่างเป็นทางการใน พ.ศ. 1997

โดยจะกำหนดให้บุคคลทุกประเภทในสังคมไทยมีศักดินาด้วยกันทั้งสิ้น นับตั้งแต่พระบรมวงศานุวงศ์ ขุนนางผู้ใหญ่ ลงไปถึงบรรดาไพร่ ทาส และพระสงฆ์ แต่จะยกเว้นองค์พระมหากษัตริย์ ซึ่งมิได้ระบุศักดินาเอาไว้ เพราะทรงเป็นเจ้าของศักดินาทั้งปวง

ในส่วนของเจ้าประเทศราช ก็ได้มีการตราพระราชบัญญัติศักดินาเจ้านาย พระยาท้าวแสนเมืองประเทศราช พ.ศ. 2442 โดยเป็นการกำหนดศักดินาของเมืองประเทศราช

ระบบเจ้าขุนมูลนาย(ศักดินายุโรป)

ระบบศักดินามีประโยชน์ต่อการปกครองบ้านเมืองอย่างไร

ศักดินายุโรป ถือว่าเป็นพื้นฐานและที่มาของระบบเจ้าขุนมูลนาย เนื่องจากว่าระดับชั้นในระบบเจ้าขุนมูลนายของตะวันตกเป็นระบบสังคม และเศรษฐกิจที่เป็นระบบที่ใช้ในสังคมของยุโรปอย่างกว้างขวางในยุคกลาง หัวใจของระบบคือการมอบดินแดนให้เป็นการแลกเปลี่ยนกับการสนับสนุนทางการทหาร

และธรรมชาติของระบบเจ้าขุนมูลนายเป็นระบบที่สร้างระดับชั้นในสังคม ซึ่งที่ผู้มีส่วนร่วมต่างก็ทราบฐานะ และหน้าที่ของตนในระบบสังคมนั้น ว่ามีความเกี่ยวข้องและรับผิดชอบต่อผู้ใดที่เหนือกว่า และต่ำกว่าตนเองอย่างใด สำหรับการรักษาความสัมพันธ์ดังว่าเป็นไปตามการสืบดินแดนตามกฎบัตรต่าง ๆ หรือว่าประเพณีที่วางไว้อย่างเคร่งครัด แต่กฎของประเพณีอันสำคัญที่สุด และต้องปฏิบัติกันอย่างเคร่งครัดที่สุดคือกฎสิทธิของบุตรคนแรกซึ่งหมายความว่าสมบัติ/ที่ดินทุกอย่างของผู้ที่เสียชีวิตต้องตกเป็นของบุตรชายคนโตเท่านั้น

ทั้งนี้บุคคลในสังคมระบบเจ้าขุนมูลนายเป็น “บริวาร” (vassal) หรือว่า “ข้า” ของประมุข ฉะนั้นจึงต้องสาบานความภักดีต่อประมุข ผู้ที่มีความรับผิดชอบ และหน้าที่ในการพิทักษ์ และรักษาความยุติธรรมให้แก่ผู้อยู่ภายใต้การปกครอง ส่วนสังคมเจ้าขุนมูลนายเป็นสังคมที่สมาชิกในสังคมมีความภักดีและหน้าที่รับผิดชอบต่อกันและกัน

นับว่าเป็นสังคมที่ประกอบด้วยผู้ครองดินแดนผู้เป็นทหาร และชนชั้นแรงงานที่เป็นเกษตรกร ซึ่งขุนนางที่เป็นผู้ครองดินแดนที่ว่านี้ก็รวมทั้งบิชอป เพราะบิชอชก็ถือว่าเป็นผู้ครองดินแดนเช่นเดียวกับขุนนางฆราวาส ชนชั้นที่ต่ำที่สุดในระบบนี้คือเกษตรกร หรือ villeins ต่ำกว่านั้นก็เป็นข้าที่ดิน (serfs)

นอกจากนี้ระบบเจ้าขุนมูลนายรุ่งเรืองมาจนกระทั่งเมื่อการปกครองแบบระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เริ่มแข็งแกร่งขึ้นเพราะขุนนางท้องถิ่นถูกลิดรอนอำนาจไปให้กษัตริย์ที่ส่วนกลาง โดยที่ก่อนหน้านั้นผู้มีอำนาจที่แท้จริงคือขุนนางผู้ครองดินแดน ผู้มีเกษตรกรอยู่ภายใต้การปกครองผู้มีหน้าที่เสียค่าธรรมเนียมต่าง ๆ

ซึ่งระบบการศาลก็เป็นระบบที่ทำกันในท้องถิ่นที่ปกครอง ระบบก็จะแตกต่างกันออกไปบ้าง แต่โดยทั่วไปแล้วเกษตรกรก็จะมีที่ดินทำมาหากินแปลงเล็ก ๆ หรือแปลงที่ร่วมทำกับผู้อื่นที่ใช้เป็นที่ปลูกอาหารสำหรับตนเองและครองครัวเท่านั้น และมีสิทธิที่จะหาฟืนจากป่าของผู้ครองดินแดนมาใช้ ระบบที่ใช้กันมากคือระบบการแบ่งที่ดินเป็นผืนยาว ๆ รอบดินแดนของแมเนอร์

ส่วนระบบเจ้าขุนมูลนายตะวันตกที่วิวัฒนาการขึ้นในขณะที่บ้านเมืองอยู่ในสภาพอันระส่ำระสายในคริสต์ศตวรรษที่ 8 ในฝรั่งเศสเป็นระบบที่ทำให้สร้างความมีกฎมีระเบียบขึ้นบ้าง และการเป็นเจ้าของดินแดนก็อาจจะได้มาโดยการยินยอมหรือการยึดครอง ผู้ครองดินแดนใหญ่ ๆ อาจจะได้รับหน้าที่ทางกฎหมาย และทางการปกครองจากรัฐบาลกลางพอสมควร

และเมื่อมาถึงระดับดินแดนในปกครองผู้ครองดินแดนก็อาจจะทำข้อตกลงกับเจ้าของดินแดนที่ย่อยลงไปอื่น ๆ ในการก่อตั้งกองทหารท้องถิ่นเพื่อเป็นการป้องกันตนเอง ระบบศักดินาเป็นระบบที่มีกฎหมาย และจารีตที่เป็นของตนเองที่มามีบทบาทอันสำคัญในประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมของยุโรปในยุคกลาง

อย่างไรก็ตามระบบศักดินานำเข้ามาใช้ในอังกฤษโดยพระเจ้าวิลเลียมที่ 1 แห่งอังกฤษในปี พ.ศ. 1609 แต่ทว่าพระองค์ทรงลิดรอนอำนาจจากขุนนางที่เป็นบริวารของพระองค์เป็นอันมาก และใช้ระบบการบริหารจากส่วนกลาง ระบบศักดินามีองค์ประกอบสามอย่าง เจ้าของที่ดิน, ที่ดิน และ รัฐบาล สมาชิกในระบบศักดินารวมทั้งพระมหากษัตริย์ผู้เป็นประมุขของระบบ ซึ่งแต่ละคนต่างก็มีอภิสิทธิ์แตกต่างกันไปตามที่ระบุตามกฎระบบศักดินาในการรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่กำหนด