ปรีชา จันทร์โอชา หรือว่าพลเอก พลเรือเอก พลอากาศเอก ปรีชา จันทร์โอชา อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ อดีตสมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่สำคัญยังเป็นนายทหารพิเศษ ประจำกรมนักเรียนนายเรือรักษาพระองค์ โรงเรียนนายเรือ ประจำกรมนักเรียนนายเรืออากาศรักษาพระองค์

ปรีชา จันทร์โอชา

นอกจากนี้ปรีชา จันทร์โอชายังเป็นอดีตกรรมการบริษัท ขนส่ง จำกัด อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เป็นอดีตแม่ทัพภาคที่ 3 กรรมการคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ รวมถึงการดำรงตำแหน่งกรรมการคณะกรรมการที่ปรึกษาของคณะรักษาความสงบแห่งชาติด้านโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคม

ทั้งนี้ ปรีชา จันทร์โอชา ยังมีประวัติด่างพร้อยกรณีทุจริตหลายกรณี ทั้งเรื่องของทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นแต่ทว่ากลับไม่มีที่มาแน่ชัด ลูกชายได้รับเหมางานจากกองทัพ และจดทะเบียนบริษัทตั้งอยู่ในค่ายทหาร รวมถึงลูกชายอีกคนได้รับราชการทหารมีเงินเดือนยศร้อยตรีเป็นกรณีพิเศษ และยังขาดการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

 

ประวัติ ปรีชา จันทร์โอชา

ประวัติ ปรีชา จันทร์โอชา

–   เกิดเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2499

–   เป็นบุตรของ พันเอก ประพัฒน์ กับ นางเข็มเพชร จันทร์โอชา โดยมีชื่อเล่นว่า “ติ๊ก” สื่อมวลชนนิยมเรียกว่า “บิ๊กติ๊ก” ซึ่งเป็นน้องชายของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และที่สำคัญยังเป็นหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

–   พลเอก ปรีชา จันทร์โอชา สมรส กับ นางผ่องพรรณ จันทร์โอชา มีบุตรที่มีชื่อ ว่าที่ ร.ต.ปฏิพัทธ์ จันทร์โอชา นายทหารสังกัดกองทัพภาคที่ 3 จากโรงเรียนเตรียมทหาร และยังได้มอบรางวัลเกียรติยศจักรดาว ให้พลเอกปรีชา

–   ในปี 2559 และ ในปี พ.ศ. 2560 องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกได้มอบ เหรียญเกียรติคุณชั้นที่ 1 ให้แก่ พลเอก ปรีชา

 

การศึกษา

–   ในปี พ.ศ. 2522 ประจำศูนย์การทหารราบ

–   สมัครเป็นศิษย์การบินทหารบก รุ่นที่ 20 จบในปี พ.ศ. 2524

–   เรียนโรงเรียนเสนาธิการทหารบก หลักสูตรหลักประจำชุดที่ 67

–   เสนาธิการกองพลพัฒนาที่ 3

–   รองผู้บังคับการพัฒนาที่ 3

–   ในปี พ.ศ. 2550 ติดยศพลตรีในตำแหน่งเสนาธิการกองทัพภาคที่ 3

–   ในปี พ.ศ. 2553 รองแม่ทัพภาคที่ 3

–   ในปี พ.ศ. 2554 ได้ดำรงตำแหน่งแม่ทัพน้อยที่ 3

–   ในปี พ.ศ. 2556 ดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 3 คนที่ 36

–   ในปี พ.ศ. 2557 เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก

–    ในปี พ.ศ. 2557 ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

 

ปรีชา จันทร์โอชามีประวัติเสื่อมเสียโดยตรง ดังนี้

  1. ปมเรื่องเงินฝากกองทัพที่อยู่ในบัญชีชื่อของภรรยา และไม่สามารถตรวจสอบ หรือแสดงความโปร่งใสใดๆ แก่สังคมได้
  2. ปมเงินจากการซื้อขายที่ดินของ พันเอก ประพัฒน์ ผู้เป็นบิดา

 

การเมือง

ภรรยาปรีชาจันทร์โอชา

ในปี พ.ศ. 2557 พลเอก ปรีชา จันทร์โอชาได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2557 พลเอก ปรีชา จันทร์โอชา ยื่นบัญชีแสดงทรัพย์สินต่อคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และที่สำคัญยังพบว่ามีการแจ้งยอดเงินฝากทั้งหมด 42 ล้านบาท โดยมีการแจ้งบัญชีเงินฝาก 10 บัญชี เป็นเงิน 89 ล้านบาท และได้นำเงินกองทัพภาคที่ 3 ฝากเอาไว้ในบัญชีภรรยาคือนางผ่องพรรณ จันทรโอชา

ส่วนดอกเบี้ยที่ได้รับจากบัญชีดังกล่าว ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าเป็นของใคร ยังไม่มีการชี้แจงในประเด่นนี้ ส่วนทางด้านนายวรวิทย์ สุขบุญ รองเลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ตัวเลขดังกล่าวอาจจะเกิดจากความผิดพลาด

การแจกแจงบัญชีเงินฝากของกองทัพที่พลเอกปรีชา เป็นผู้ถือบัญชีด้วยเพื่อความโปร่งใส ต่อมาเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2557 พลเอกปรีชาชี้แจงว่า ภรรยาเป็นผู้มีฐานะอยู่แล้ว อีกทั้งยังมีเก็บเงินสะสมเกือบ 30 ปี และทรัพย์สินบางส่วนเป็นบัญชีของทางราชการที่ตนเองมีอำนาจลงลายมือชื่อด้วย ไม่ใช่เงินของตัวเองแต่อย่างใด

 

ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม

ปรีชา จันทร์โอชา ประวัติ

วันที่ 28 สิงหาคม 2558 พลเอก ปรีชา จันทร์โอชา ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้พลเอกปรีชาดำรงตำแหน่ง ปลัดกระทรวงกลาโหม ทำหน้าที่แทนพลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล ที่เกษียณอายุราชการ โดยพลเอก ปรีชา จันทร์โอชาเริ่มดำรงตำแหน่งในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2558

นอกจากนี้ พลเอก ปรีชา จันทร์โอชา ในขณะดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ปรีชา ได้มีคำสั่งบรรจุแต่งตั้งบุตรชายของตนเองเข้ารับราชการทหาร โดยเป็นที่วิพากวิจารณ์ถึงความเหมาะสมของการดำเนินการ

 

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

–  ในปี พ.ศ. 2558 –  ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.)

–  ในปี พ.ศ. 2555 – ได้รับเครื่อง เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นมหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.)

–  ได้รับเครื่องเหรียญพิทักษ์เสรีชน ชั้นที่ 2 ประเภท 2

 

คำขยายความ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ปรีชา จันทร์โอชา ลางาน

สำหรับคณะรัฐประหารในนามคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือที่มีชื่อย่อว่า คสช. ( National Council for Peace and Order (NCPO) เดิมทีคนไทยเราใช้ชื่อ National Peace and Order Maintaining Council (NPOMC) ) ซึ่งคณะรัฐประหารในนามคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นคณะผู้ยึดอำนาจการปกครอง

โดยรัฐประหารยึดอำนาจการปกครอง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 เริ่มตั้งแต่เวลา 16:30 น. หลังวันที่ 20 พฤษภาคม ประกาศกฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร พร้อมทั้งจัดตั้งกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (กอ.รส.) ได้สองวัน และการปฏิวัติในครั้งนี้ก็มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาเป็นหัวหน้าคณะ

อย่างไรก็ตาม โครงสร้างของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ยังได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ เช้าของวันพฤหัสบดีที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 จนถึงปัจจุบัน คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ยังเป็นคณะที่ออกประกาศคำสั่งมากที่สุด ตั้งแต่เริ่มมีการรัฐประหารในประเทศไทย

และนอกจากประกาศ และคำสั่ง คสช. แล้วยังมีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือว่ามีคำสั่งของ “พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา” อีกด้วย ทั้งนี้ทางด้านของคณะรัฐประหารคณะนี้ครองอำนาจเป็นระยะเวลายาวนานเป็นอันดับ 3 รองจาก จอมพลถนอม กิตติขจร และจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์