เจ้าแม่วัดดุสิต คือ พระบรมอรรคราชบรรพบุรุษของพระมหากษัตริย์ราชวงศ์จักรี ที่สำคัญ เจ้าแม่วัดดุสิตยังเป็นพระนมชั้นเอกในสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งได้รับพระราชทานตำหนักริมวัดดุสิดารามเป็นที่อาศัย จึงเป็นที่มาของคำว่า “เจ้าแม่ดุสิต” ซึ่งมีข้อสันนิษฐานมากมายเกี่ยวกับชาติกำเนิดของเจ้าแม่วัดดุสิต แต่ทว่าข้อมูลเหล่านั้นกลับไม่ปรากฏหลักฐานอย่างแน่ชัดว่าเจ้าแม่วัดดุสิตสืบเชื้อสายมาจากผู้ใด

เจ้าแม่วัดดุสิต

เจ้าพระยาวรวงษ ธิราช

ทั้งนี้ทางด้านของ หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช เคยกล่าวไว้ในหนังสือ “โครงกระดูกในตู้” ซึ่งข้อมูลนี้อ้างจากหนังสือราชินิกุลบางช้างไว้ว่า “เจ้าแม่วัดดุสิตมีศักดิ์เป็นหม่อมเจ้าในราชวงศ์พระมหาธรรมราชา ซึ่งสืบเชื้อสายมาแต่ราชวงศ์พระร่วงกรุงสุโขทัย”

นอกจากนี้ ยังได้มีการกล่าวถึง บรรพบุรุษของเจ้าแม่วัดดุสิตไว้ว่า สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส พระองค์ทรงได้ฟังคำบอกเล่าจากพระวันรัตน์ (ฉิม) ว่าเจ้าฟ้าหญิงรัศมี และเจ้าฟ้าจีกเคยตรัสว่า สมเด็จพระเอกาทศรถ ได้อภิเษกสมรสกับธิดาของพระยาเกียรติ์ ต่อมามีธิดา คือ เจ้าครอกบัว (หม่อมเจ้าบัว) และเจ้าครอกอำภัย (หม่อมเจ้าอำไพ)

แต่ทว่าในหนังสือนี้ยังมีข้อความที่คลุมเครือระหว่างเจ้าครอกบัว และเจ้าครอกอำไพอยู่มาก และนั่นก็ยิ่งทำให้สับสนว่า เจ้าแม่วัดดุสิตมีชื่อเดิมว่าอย่างไรกันแน่ เนื่องจากว่าในบางแห่งกล่าวว่าชื่อ “หม่อมเจ้าหญิงบัว” มีเชื้อสายพระร่วงสุโขทัย ซึ่งบางแห่งก็กล่าวว่าชื่อ “หม่อมเจ้าหญิงอำไพ” พระองค์ทรงเป็นพระราชธิดาในสมเด็จพระเอกาทศรถ

อย่างไรก็ตาม จากหลักฐานหลายแห่งก็ไม่ได้บ่งบอกว่าสายตระกูลของเจ้าแม่วัดดุสิตนั้นสืบเชื้อสายมาจากเชื้อพระวงศ์สายไหนเช่นกัน แต่ทว่าจากเอกสารพงศาวดารไทยหลายฉบับ และของต่างประเทศ เป็นที่ยืนยันว่าเจ้าแม่วัดดุสิตนั้นมีตัวตนอย่างแน่นอน

 

จากข้อมูลหลายที่กล่าวเอาไว้ว่าเจ้าแม่วัดดุสิตสมรส กับขุนนางเชื้อสายมอญมีบุตรธิดา 3 คน คือ

 

เจ้าแม่วัดดุสิต พระเพทราชา

1.เจ้าพระยาโกษาธิบดี (เหล็ก) แม่ทัพคราวไปตีนครเชียงใหม่ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์

2.เจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) ราชทูตเอก

3.แช่ม หรือ ฉ่ำ ธิดา

แม้ทว่าสมเด็จพระนารายณ์ จะทรงใช้คำตรัสเรียกว่า “เจ้าแม่วัดดุสิต” คือ เป็นนามโดยตำแหน่ง แต่ทว่าตามธรรมเนียมที่คนสมัยก่อนไม่นิยมเรียกพระนามผู้เป็นเจ้ากันตรง ๆ อย่างไรก็ดี อาจจะเป็นไปได้แต่เพียงว่า สมเด็จพระนารายณ์ พระองค์ทรงตรัสเรียกให้เกียรติเสมอด้วย “เจ้า” เนื่องจากหลักฐานที่ค้นพบตั้งแต่รัชกาลที่ 4 ขึ้นไป คือ จดหมายเหตุของชาวต่างประเทศ หรือว่าพระราชพงศาวดารกรุงเก่าฉบับต่าง ๆ ไม่ได้กล่าวถึงที่มาที่ไปของเจ้าแม่วัดดุสิตรวมไปถึงข้อมูล “ความเป็นเจ้า” ของท่านแม้แต่น้อย

ด้วยความที่ว่าเป็นพระนมสมเด็จพระนารายณ์ บุตรชายทั้งสองจึงถือว่าเป็นสหายสนิท และเป็นที่โปรดปราน ที่สำคัญยังได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น เจ้าพระยาพระคลังทั้ง 2 คน ซึ่งมีเหตุการณ์ครั้งหนึ่งที่ หลวงสรศักดิ์ ที่ขัดแย้งกับออกญาวิไชเยนทร์ เพราะได้ทำการสึกพระภิกษุ และสามเณรจำนวนมากออกไปเพื่อทำราชการ จนเกิดการชกต่อย ด้วยเหตุนี้เองที่หลวงสรศักดิ์เกรงจะถูกลงพระราชอาญา จึงขอร้องให้เจ้าแม่ดุสิตช่วยเหลือ ซึ่งพระองค์ก็พระราชทานอภัยโทษให้ บุตรชายทั้ง 2 ของเจ้า แม่วัดดุสิต

ความสำคัญของ เจ้าพระยาโกษาธิบดี (เหล็ก)

ตำหนักเจ้าแม่วัดดุสิต

เจ้าพระยาโกษาธิบดี (เหล็ก) บุตรชายคนโตของเจ้าแม่วัดดุสิต กับขุนนางเชื้อสายมอญคนหนึ่ง(ไม่ปรากฏข้อมูลที่ชัดเจน) เจ้าพระยาโกษาธิบดีเกิดในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง มีน้องชาย 1 คน คือ เจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) และน้องสาว 1 คน ชื่อ แช่ม หรือ ฉ่ำ

โดยเจ้าพระยาโกษาธิบดี และน้องชายต่างก็เป็นข้าหลวงคนสำคัญของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช กล่าวง่าย ๆ ก็คือ เมื่อกลุ่มขุนนางอาวุโส ซึ่งเป็นกลุ่มที่ให้การช่วยเหลือให้สมเด็จพระนารายณ์ได้ขึ้นครองราชย์หมดอำนาจลง ฝ่ายขุนนางหนุ่มซึ่งนำโดยท่าน และน้องชายจึงขึ้นมามีอำนาจ ท่านได้เป็นแม่ทัพ ในราชการสงคราม หลายครั้ง ตั้งแต่ต้นแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

เจ้าพระยาโกษาธิบดี ถึงแก่อสัญกรรมราว ๆ ปี พ.ศ. 2226 โดยเจ้าพระยาโกษาธิบดีถูกเฆี่ยนด้วยไม้หวายจนเสียใจ และตรอมใจจนสิ้นชีวิต สาเหตุ เพราะเจ้าพระยาโกษาธิบดีไม่เห็นด้วยกับการสร้างป้อมปราการ และมีบันทึกจากชาวฝรั่งเศสร่วมสมัยว่า เจ้าพระยาโกษาธิบดีรับสินบนเป็นเงิน 50 ชั่ง

ความสำคัญ เจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน)

เจ้าแม่วัดดุสิต อยุธยา

เจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) เป็นข้าราชการในอาณาจักรอยุธยาสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ที่สำคัญยังเป็นเอกอัครราชทูตคนสำคัญที่เดินทางไปเจริญสัมพันธไมตรีกับราชสำนักฝรั่งเศสเมื่อ พ.ศ. 2229 อีกด้วย
สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (พระเจ้าเสือ)

พระเจ้าสุริเยนทราธิบดี เป็นพระมหากษัตริย์ไทยรัชกาลที่ 29 แห่งอาณาจักรอยุธยา และที่สำคัญยังเป็นพระองค์ที่สองแห่งราชวงศ์บ้านพลูหลวง ราชวงศ์สุดท้ายของอาณาจักรอยุธยา พระองค์ทรงครองราชย์ พ.ศ. 2246 -พ.ศ. 2251

ผู้คนในสมัยนั้นมักเรียกขานพระองค์ว่า “พระเจ้าเสือ” เพื่อเปรียบว่า พระองค์มีพระอุปนิสัยโหดร้ายดังเสือ พระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถด้านมวยไทย โดยทรงเป็นผู้คิดท่าแม่ไม้มวยไทย โดยมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ปรากฏชัดเจน และได้มีการถ่ายทอดเป็นตำราให้ชาวไทยรุ่นหลังได้เรียนรู้ฝึกฝนมวยไทยจนถึงปัจจุบัน

ทั้งนี้ ทางด้านของ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้ได้ระบุในหนังสือ ศิลปะมวยไทย ถึงพระองค์ในการปลอมพระองค์เป็นชาวบ้านธรรมดามาชกมวยกับนักมวยฝีมือดีจากเมืองวิเศษชัยชาญ และพระองค์ก็สามารถชนะนักมวยเอกได้ถึง 3 คน ซึ่งได้แก่ นายกลาง หมัดตาย, นายใหญ่ หมัดเหล็ก และนายเล็ก หมัดหนัก ในปัจจุบัน กระทรวงวัฒนธรรม ได้กำหนดให้วันที่ 6 กุมภาพันธ์ ซึ่งตรงกับวันที่พระองค์ได้ขึ้นครองราชย์ตามหลักฐานในประวัติศาสตร์เป็นวันมวยไทย

นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงฝึกเจ้าฟ้าเพชร และเจ้าฟ้าพร พระราชโอรสทั้ง 2 พระองค์ ให้มีความสามารถในด้านมวยไทย กระบี่กระบอง และมวยปล้ำ เป็นต้น