ศาสนาในประเทศไทย อีกเรื่องราวน่ารู้ และเรื่องราวที่เรานำมาเสนอในวันนี้เป็นเรื่องที่หลายคนอาจจะไม่เคยรู้ ซึ่งกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรมให้ทางราชการรับรองศาสนาในประเทศไทยไว้ 5 ศาสนา  คือ ศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และศาสนาซิกข์

ความเป็นมา ศาสนาในประเทศไทย

ความเป็นมา ศาสนาในประเทศไทย

ศาสนิกชน

สำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่ประเทศไทยมีผู้นับถือศาสนา หลายศาสนาด้วยกัน ต่างศาสนา ก็ต่างหลักคำสอน จากการสำรวจขององค์การพัฒนาเอกชน นักวิชาการ และกลุ่มศาสนา ในปี พ.ศ. 2553 ซึ่งการสำรวจในครั้งนี้บ่งชี้ว่าประเทศไทย ที่มีผู้นับถือศาสนาพุทธนิกายเถรวาทประมาณ 85-95% ศาสนาอิสลามประมาณ 5-10% และศาสนาอื่น ๆ อย่างเช่น ศาสนาคริสต์ ลัทธิขงจื๊อ ศาสนาฮินดู ศาสนายูดาห์ ศาสนาซิกข์ ลัทธิเต๋า และยังไม่มีศาสนา รวมกันประมาณ 5% และสำหรับผู้ที่ไม่มีศาสนากรมการศาสนาประมาณการว่ามีน้อยกว่า 1% ของประชากรทั้งประเทศไทย

 

ศาสนาและภาครัฐ

 

นับตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเป็นต้นมา ฝ่ายอาณาจักรไทยของเรามีความสัมพันธ์กับฝ่ายศาสนจักรอย่างแน่นแฟ้น พระมหากษัตริย์ไทย และพระราชนิกุล ที่ทรงเป็นพุทธมามกะ และหลายพระองค์ทรวงผนวชเป็นภิกษุ จึงได้มีการอุดหนุนค้ำจุนกันระหว่างสถาบันทั้งสองเรื่อยมา

จนในปัจจุบันกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม มีหน้าที่กำกับดูแล และรับรองกลุ่มศาสนาซึ่งรับรองเพียงห้าศาสนาหลักเท่านั้น และในทุกวันนี้ก็ยังไม่รับรองกลุ่มศาสนาใดเพิ่มตั้งแต่ พ.ศ. 2527 เป็นต้นมา

ซึ่งกลุ่มศาสนาที่ได้รับการรับรองมีสิทธิ์ได้รับเงินอุดหนุน และสิทธิ์ประโยชน์ทางภาษี และในส่วนสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเป็นหน่วยงานที่ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรีที่มีหน้าที่ดูแลพุทธศาสนา โดยเฉพาะ ทั้งสองหน่วยงานรับงบประมาณจากรัฐบาล เพื่อใช้ในกิจการทางศาสนารวมกันกว่าสี่พันล้านบาทต่อปี

 

นอกจาก ทางด้านกระทรวงมหาดไทยเคยเก็บข้อมูลศาสนา และหมู่เลือดของคนไทย และพิมพ์ลงในบัตรประจำตัวประชาชน นับแต่ปัจจุบันเลิกแล้ว และศาสนาถือเป็นหนึ่งในข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎร รวมถึงในนใบสมัครงาน ใบสมัครเข้าเรียนในสถานศึกษา หรือประวัติคนไข้ในโรงพยาบาล

และในปัจจุบันนักเรียน นักศึกษาในโรงเรียนรัฐที่นับถือศาสนาอื่นไม่ต้องสวดมนต์ไหว้พระหลังเคารพธงชาติทุกวัน และวิชาพระพุทธศาสนาไม่ได้เป็นวิชาบังคับในหลักสูตรของโรงเรียนรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาอีกต่อไป เนื่องด้วยนักวิชาการให้ความเห็นว่าเป็นความเชื่อส่วนบุคคล และยังขัดต่อหลักเสรีภาพในการนับถือศาสนา

 

ในทางปฏิบัติ

 ในทางปฏิบัติ

ประเทศไทยของเรามีพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งพิธีนี้เกิดจากอิทธิพลของศาสนา และความเชื่อในประเทศไทยสะท้อนออกมาในหลากหลายรูปแบบ เช่น  ตราแผ่นดินหรือตราประจำหน่วยงานที่มักเป็นเทพเจ้าในศาสนพราหมณ์-ฮินดู

โดยมีการใช้ปีพุทธศักราช การใส่ภาพวัดในพุทธศาสนาลงในเหรียญกษาปณ์ และธนบัตร และที่สำคัญการตั้งศาลพระภูมิในหน่วยงานราชการ การบูชาพระรัตนตรัยก่อนเริ่มพิธีการ การกำหนดวันสำคัญในศาสนาพุทธ ให้เป็นวันหยุดราชการ รวมไปถึงรัฐพิธีที่เป็นความเชื่อทางศาสนาที่มีมาแต่โบราณ อย่างเช่น พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พระราชพิธีตรียัมพวาย ตรีปวาย

 

ศาสนาพุทธ

ศาสนาและภาครัฐ

ประชากรชาวไทยส่วนใหญ่ของประเทศไทย ซึ่งเป็นพุทธศาสนิกชนนิกายเถรวาท และในปัจจุบันศาสนาพุทธในประเทศไทย ยังได้ผสมผสานเข้ากับความเชื่อพื้นบ้าน อย่างเช่น การตั้งศาลพระภูมิเจ้าที่ การถือฤกษ์ยามต่าง

นอกจากนี้จำนวนประชากรชาวไทย-จีน ขนาดใหญ่ที่อพยพเข้ามาตั้งรกรากในประเทศก็นับถือทั้งศาสนาพุทธ และประเพณีดั้งเดิม  วัดพุทธในประเทศมีเอกลักษณ์ที่เจดีย์สีทองสูง และยังถือว่าเป็นสถาปัตยกรรมพุทธในประเทศไทยคล้ายคลึงกับในประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ศาสนาอิสลาม

ศาสนาอิสลาม

ชาวมุสลิม ในไทยถือว่าสเป็นประชากรขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ของประเทศไทย ในบริเวณสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้  ซึ่งชาวมุสลิม ประกอบด้วยทั้งผู้ที่มีเชื้อสายไทย และมลายู คนส่วนใหญ่ที่นับถือศาสนาอิสลามเชื่อกันว่าประชากรชาวมุสลิมส่วนใหญ่ของประเทศอาศัยอยู่มากที่สุดบริเวณนี้

 

นอกจากนี้ ประชากรมุสลิมของไทยมีความหลากหลาย และวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน โดยได้มีกลุ่มเชื้อชาติอพยพเข้ามาจากจีน ปากีสถาน กัมพูชา บังกลาเทศ มาเลเซีย และก็อินโดนีเซีย เช่นเดียวกับชาวไทย ในขณะที่มุสลิมในประเทศไทยราวสองในสามมีเชื้อสายมลายู

 

ศาสนาคริสต์

ศาสนาคริสต์

ศาสนาคริสต์ เป็นศาสนาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานในประเทศไทย และยังถูกนำเข้ามาเผยแผ่โดยมิชชันนารียุโรปตั้งแต่สมัยอาณาจักรอยุธยา ประมาณคริสต์ทศวรรษ 1550  ศาสนาคริสต์มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศให้ทันสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันสังคม การศึกษา สาธารณสุข และเทคโนโลยี

 

ในปัจจุบันนี้ประเทศไทย มีองค์กรคริสตจักรที่กรมการศาสนารับรองอยู่ 5 องค์กร ไม่ว่าจะเป็น สภาประมุขแห่งบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ซึ่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย สหกิจคริสเตียนแห่งประเทศไทย โดยมูลนิธิคริสตจักรคณะแบ๊บติสต์ และมูลนิธิคริสตจักรวันเสาร์แห่งประเทศไทย

นอกจากนี้คริสต์ศาสนิกชนส่วนใหญ่อาศัยอยู่ตามภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และยังอยู่ทั่วทุกจังหวัดในประเทศไทย ซึ่งคนที่มีจำนวนคริสต์ศาสนิกชนรวมกันราว 820,000 คน  ซึ่งศาสนสถานรวมกันราว 5,500 แห่งทั่วประเทศ ประกอบด้วย 2 นิกาย อาทิโปรเตสแตนต์ และโรมันคาทอลิก ส่วนนิกายอีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์ นั้นถูกปกครองโดยมูลนิธิชาวคริสต์ศาสนิกชนดั้งเดิมออร์โธด็อกซ์ในประเทศไทย

 

ลัทธิอนุตตรธรรม

ลัทธิอนุตตรธรรม

ลัทธิอนุตตรธรรม เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่น่าสนใจ และเข้ามาในประเทศไทยครั้งแรกราว พ.ศ. 2492 จากอาจารย์ในลัทธิที่ลี้ภัยจากพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน ซึ่งเข้ามาอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ และยังได้จัดตั้งสถานธรรมแห่งแรกขึ้นในประเทศไทย ในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1950

และต่อมามีลัทธิอนุตตรธรรมหลายสายเข้ามาเผยแผ่ในประเทศไทย และในปัจจุบันสายที่ใหญ่ที่สุดคือสายฟาอี ประกอบด้วยหลายสายย่อย ที่สำคัญเช่น สายฟาอีฉงเต๋อ ซึ่งตั้งสถานธรรมแรกในปี พ.ศ. 2521 และสายฟาอีหลิงอิ่นในปี พ.ศ. 2523 เป็นต้น และนอกจากนี้ยังมีสายเป่ากวงเจี้ยนเต๋อที่ตั้งสถานธรรมเทียนเป่าในปี พ.ศ. 2533