ศาสนาในสังคมไทย อีกหนึ่งเรื่องราวที่น่าสนใจ และมีเรื่องราวความเป็นมาที่ยาวนาน และประเทศไทยของเรายังเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับศาสนา และวันนี้เราก็มีเรื่องราว ข้อมูลน่ารู้ของการนับถือศาสนาในประเทศไทย และเอเชีย และประวัติศาสตร์การนับถือศาสนาในประเทศไทย

ศาสนาในสังคมไทย

 

สำหรับประเทศไทย ของเราให้ความสำคัญกับทุกสถาบัน รวมถึงเป็นอีกหนึ่งชนชาติที่ให้สิทธิเสรีภาพในการนับถือศาสนา แก่ประชาชน พร้อมกันนั้นประเทศไทยเรายังมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นองค์ศาสนูปถัมภกทุกศาสนา จึงถือว่าเป็นผลให้ประชาชนดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างสันติสุข

ในปัจจุบันนี้ประเทศไทยของเรามีการนับถือศาสนาที่หลากหลาย และในวันนี้เราก็มีศาสนาที่คนไทยนับถือมาฝาก เผื่อใครที่ยังไม่รู้ว่าประเทศไทยของเรานับถือศาสนาอะไรบ้าง

5 ศาสนาที่คนไทยนับถือมากที่สุด

5 ศาสนาที่คนไทยนับถือมากที่สุด

1.ศาสนาพุทธ

ศาสนาพุทธ

พระพุทธศาสนา หรือ ศาสนาพุทธ จัดว่าเป็นศาสนาที่มีพระพุทธเจ้าเป็นศาสดา ซึ่งมีพระธรรมที่พระองค์ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง และตรัสสอนไว้ เพื่อเป็นหลักคำสอนสำคัญ มีพระสงฆ์ (ภิกษุ ภิกษุณี) สาวกผู้ตัดสินใจออกบวชเพื่อศึกษาปฏิบัติตนตามคำสั่งสอน ธรรม-วินัย ของพระบรมศาสดา  และศาสนาพุทธยังเป็นศาสนาที่คนไทยเรานับถือมากที่สุด

 

2.ศาสนาอิสลาม

ศาสนาอิสลาม

ศาสนาอิสลาม มีองค์ศาสดา คือ “นบีมูฮัมหมัด” ศาสนาอิสลามถือกำเนิดที่เมืองเมกกะ ประเทศซาอุดีอาระเบีย คัมภีร์อัลกุรอาน มัสยิด ถือว่าเป็นสถานที่ประกอบพิธีปฏิบัติมนัสการ หรือว่าสถานที่ทำละหมาดในวันศุกร์เป็นประจำ โดยผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม เรียกว่า มุสลิม หลักคำสอนศาสนาอิสลาม และการปฏิบัติ

–  ตนที่นับถือศาสนาอิสลาม ต้องการปฏิญาณตน ว่า“ไม่พระเจ้าองค์ใดนอกจากอัลฮอล์ และมูฮัมหมัด คือ ศาสนทูตแห่งพระองค์”

–  การระหมาด ก็คือ การนมัสการต่อพระเจ้า ต้องทำวันละ 5 ครั้ง (ย่ำรุ่ง กลางวัน เย็น พลบค่ำ กลางคืน) โดยการหันหน้าไปทางเมืองเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย

–  การถือศีลอด คือ การละเว้นจากการกิน การดื่ม และการมีเพศสัมพันธ์ เริ่มต้นตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้น จนถึงพระอาทิตย์ตก ในเดือนเราะมะฎอน เป็นเวลา 1 เดือน

–  การบริจาคชะกาต คือ การจ่ายทาน บังคับผู้ที่มีทรัพย์สินครบ ให้แก่ผู้ยากจน คนเราควรรู้จักการเสียสละลดความตระหนี่

–  การประกอบพิธีฮัจญ์ คือ เดินทางไปประกอบศาสนกิจ ณ เมืองเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย

 

3.ศาสนาคริสต์

ศาสนาคริสต์

ศาสนาคริสต์ องค์ศาสดา ก็คือ “พระเยซู” ถือกำเนิดที่เมืองเยรูซาเล็ม ประเทศอิสราเอล “คัมภีร์ ไบเบิล” การประกอบ ศาสนพิธี ในโบสถ์ในวันอาทิตย์เป็นประจำ และนิกายที่สำคัญของศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก นิกายโปรเตสแตนต์ และนิกายออร์ทอดอกซ์

–  ศีลล้างบาป หรือ “ศีลจุ่ม” จะทำเมื่อทารกเข้ามานับถือศาสนา โดยการใช้น้ำศักดิ์สิทธิ์เทบนศีรษะเป็นสัญลักษณ์การล้างบาป

–  ศีลกำลัง คือ การทำพิธีเจิมหน้าผากด้วยน้ำมัน เพื่อเป็นการยืนยันถึงความศรัทธาในศาสนาคริสต์

–  ศีลมหาสนิท คือ พิธีกรรมรับศีล โดยการรับขนมปัง และการเหล้าองุ่น โดยการทำแบบนี้เป็นสัญลักษณ์แทนกาย และพระโลหิตของพระเยซูมารับประทาน พิธี “มิสซา” ชาวคริสต์ทุกคนจะต้องไปโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ เพื่อเป็นการระลึกถึงคำสอน และชีวิตของพระเยซู

–  ศีลแก้บาป คือ การทำพิธีกรรมที่ชาวคริสต์ไปโบสถ์เพื่อสารภาพบาป พิธีกกรมนี้บาทหลวงจะคอยตักเตือนสั่งสอน

 

4.ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู

ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู

ศาสดาของศาสนาฮินดู เทพเจ้า 3 องค์ คือ พระพรหม พระนารายณ์ และพระศิวะ ศาสนาพราหมณ์-ฮินดูถือกำเนิดที่ประเทศอินเดีย คัมภีร์พระเวทย์ 4 คัมภีร์ หลักคำสอนศาสนาฮินดู หลักธรรม 10 ประการ หลักปฏิบัติทั่วไป มีดังนี้

–   พิธีสังสการ คือ พิธีที่ทำให้บริสุทธิ์ประจำบ้าน 12 ประการ ซึ่งก็คือ พิธีตั้งครรภ์ พิธีคลอด พิธีตั้งชื่อ พิธีโกนผม พิธีตัดผม และพิธีแต่งงาน เป็นต้น

–   พิธีศราทธ์ คือ พิธีทำบุญอุทิศให้แก่บิดา มารดา และก็บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว

สำหรับศาสนาพราหมณ์-ฮินดู พิธีกรรมของศาสนา เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนไทยผสมกลมกลืนกับพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา และยังมีพิธีสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์จนถึงปัจจุบัน ศาสนาพราหมณ์มีฐานะเป็นองค์กรทางศาสนา และเป็นหน่วยงานสังกัดสำนักพระราชวัง ซึ่งจะมีสำนักงานอยู่ที่เทวสถานโบสถ์พราหมณ์ เสาชิงช้า กรุงเทพฯ

 

5.ศาสนาสิกข์

 

ศาสนาสิกข์ เป็นศาสนาที่ชาวอินเดีย มีจุดมุ่งหมายที่จะทำให้ชาวอินเดียนับถือ ซึ่งศาสนาฮินดู และศาสนาอิสลาม ซึ่งจะมีความสมัครสมานสามัคคีกัน ซึ่งศาสนาสิกข์จะมีพระเจ้าองค์เดียว ศาสดาของศาสนา หรือ คุรุ รวมทั้งหมด 10 องค์ ส่วนองค์ที่สำคัญที่สุด คือ “คุรุนานัก คัมภีร์ ครันถสาหิพ” พิธีกรรม ผู้ที่ผ่านพิธี “ปาหุล” จะได้นาม “สิงห์” ต่อท้ายทุกคน และก็จะได้ “กกะ” คือ สิ่งที่ขึ้นต้นอักษร “ก” 5 ประการ เกศ ไว้ผมยาว โดยที่ศาสนาสิกข์ไม่ต้องตัด กังฆา หวีขนาดเล็ก กฉา กางเกงขาสั้น กรา กำไลมือทำด้วยเหล็ก และกิรปาน ดาบ หลักปฏิบัติพิธีกรรม

–   พิธีอมฤตสังสการ เป็น พิธีรับคนเข้าศาสนา ให้ชาวสิกข์นั่งพร้อมกันในที่แห่งเดียวกัน จากนั้นแล้วหยิบอาหารใส่ปากให้แก่กันและกัน และโดยไม่ถือศักดิ์สูงต่ำ

–   พิธีสังคัต ก็คือ ชุมนุมศาสนิกชน ต้องเช็ดรองเท้า ตักน้ำ และต้องทำทุกอย่างด้วยตนเอง จะเป็นชาวสิกข์ที่ดีมาก

สำหรับการนับถือศาสนาในประเทศ เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจ ซึ่งทุกศาสนาสอนให้คนประพฤติสิ่งที่ดีงาม โดยศาสนามุ่งหวังให้เกิดความสงบสุขต่อตนเอง และสังคม และประเทศไทยให้สิทธิเสรีภาพในการนับถือได้ทุกศาสนา

ถึงแม้ศาสนาจะแตกต่างกันก็สามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข โดยไม่มีการแบ่งแยก หรือว่าการกีดกันทางศาสนา และความเชื่อ สืบเนื่องมาจากหลักธรรม และหลักธรรมคำสั่งสอนในทุกศาสนาต่างสอนให้คนทำความดี ไม่ทำความชั่ว มีความเอื้ออาทร เสียสละ และสอนให้ทุกคนมีความรักความเมตตาต่อกัน