เรือหลวงจักรีนฤเบศร (HTMS Chakri Naruebet หรือ CVH-911) เรือหลวงลำนี้ เป็นเรือธง และเรือบรรทุกอากาศยานลำแรก และลำเดียวของราชนาวีประเทศไทย ประจำการในส่วนกำลังรบของกองทัพเรือ เป็นเรือที่ถูกต่อขึ้นจากประเทศสเปน

CVH-911

โดยถูกออกมาแบบจากเรือ ปรินซีเปเดอัสตูเรียส (Principe de Asturias) ของกองทัพเรือสเปน โดยเรือหลวงจักรีนฤเบศรถูกปรับปรุงระบบขับเคลื่อน ระบบควบคุมการบิน ระบบอาวุธ และยังลดระวางขับน้ำลงเหลือสองในสาม  เรือหลวงจักรีนฤเบศรขึ้นระวางประจำการเมื่อ วันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2540 ใช้งานปฏิบัติภารกิจด้านยุทธการ และช่วยเหลือภัยพิบัติตลอดน่านน้ำไทยทั้งฝั่งอ่าวไทย และฝั่งทะเลอันดามัน

 

ประวัติ เรือหลวงจักรีนฤเบศร

ประวัติ เรือหลวงจักรีนฤเบศร

ในปี พ.ศ. 2532 เกิดพายุไต้ฝุ่นเกย์ในอ่าวไทย ที่บริเวณจังหวัดชุมพร กองทัพเรือได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ในการค้นหา และช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล

ซึ่งเหตุการณ์นี้ทางกองทัพได้ใช้เรือ และอากาศยานในการค้นหา และช่วยเหลือผู้ประสบภัย แต่ทว่ากลับประสบปัญหาคือเรือขนาดใหญ่ที่สุดที่กองทัพเรือมีอยู่ขณะนั้นไม่สามารถทนสภาพทะเลได้ และนั่นก็ยิ่งทำให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยกระทำได้ด้วยความยากลำบากมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้การมีเรือขนาดใหญ่พร้อมอุปกรณ์ทันสมัยสามารถใช้ในการค้นหา และเข้าให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเลได้อย่างรวดเร็ว และทันเวลา ถ้าหากว่ามีเฮลิคอปเตอร์ประจำการบนเรือด้วยก็ยิ่งจะช่วยขยายพื้นที่ในการลาดตระเวน และระยะเวลาในการปฏิบัติการในทะเลได้เป็นเวลานาน และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ดังนั้น กองทัพเรือจึงได้มีแนวความคิด ในการสร้างเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ เพื่อให้บรรลุภารกิจตามความมุ่งหมาย

แต่เดิมรัฐบาลไทย วางแผนจัดซื้อเรือบัญชาการสนับสนุนการยกพลขึ้นบก ขนาดระวาง 7,800 ตัน จากบริษัทเบรเมอร์ วัลแคนของเยอรมนี แต่ทว่าได้ทำการยกเลิกสัญญา เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2534 และได้ทำการจัดซื้อเรือลำใหม่จากบริษัทบาซัน ประเทศสเปน ซึ่งเป็นผู้ออกแบบ และเป็นผู้ต่อเรือปรินซีเปเดอัสตูเรียส เรือธงของกองทัพเรือสเปนในขณะนั้น

นอกจากนี้ทางด้านของคณะรัฐมนตรีของไทยได้มีมติเมื่อ 17 มีนาคม พ.ศ. 2535 จะอนุมัติให้กองทัพเรือว่าจ้างสร้างเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ในลักษณะรัฐบาลต่อรัฐบาล ลงนามโดยรัฐบาลไทย และรัฐบาลสเปน เมื่อวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2535 เป็นเงิน 7,100 ล้านบาท

จักรีนฤเบศร

ต่อมาเรือหลวงจักรีนฤเบศร เริ่มสร้างในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2536 และมีการวางกระดูกงูในวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2537  ทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำ เมื่อวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2539

โดยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถเสด็จไปทำพิธีด้วยพระองค์เอง ได้มีการทดลองแล่นเรือตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2539-เดือนมกราคม พ.ศ. 2540 ร่วมกับกองทัพเรือสเปนที่โรต้า (Rota) ประเทศสเปน และยังรับมอบเรือและขึ้นระวางประจำการเมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2540

โดยมีพลเรือเอก วิจิตร ชำนาญการณ์ เป็นผู้รับมอบ ซึ่งเรือหลวงจักรีนฤเบศรได้รับหมายเลข 911 และเดินทางถึงประเทศไทยในต้นเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน เรือหลวงจักรีนฤเบศรได้เข้าประจำการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2540

ต่อมาในวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2540 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จมาทรงเจิมเรือหลวงจักรีนฤเบศรเพื่อความเป็นสิริมงคล

ขณะเดียวกันกับที่กองทัพเรือได้ขอพระราชทานชื่อเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ลำนี้ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่กองทัพเรือ และเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่กำลังพลประจำเรือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อเรือหลวงลำนี้ว่า “เรือหลวงจักรีนฤเบศร” ที่มีความหมายว่า “ผู้เป็นใหญ่แห่งราชวงศ์จักรี” และใช้คำขวัญว่า “ครองเวหา ครองนที จักรีนฤเบศร”

นอกจากนี้ เรือหลวงจักรีนฤเบศรยังขึ้นระวางประจำการสังกัดกองเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ โดยมีนาวาเอกสุรศักดิ์ พุ่มพวง ผู้บังคับการเรือ ปัจจุบันมีนาวาเอก เอตม์ ยุวนางกูร เป็นผู้บังคับการเรือคนที่ 8

อาวุธและอากาศยาน

เรือหลวงจักรีนฤเบศร ภาษาอังกฤษ

เรือหลวงจักรีนฤเบศร เป็นเรือติดตั้งอาวุธปืน 20 มม. จำนวน 4 แท่น ยิง และอาวุธปล่อยนำวิถีป้องกันตนเองในระยะประชิดชนิดพื้นสู่อากาศแบบแซดเรล (SADRAL) 3 แท่นยิง ซึ่งจะต้องใช้ลูกอาวุธปล่อยเป็นจรวดนำวิถีมิสทราล (Mistral)  และยังถือว่าเป็นแบบนำวิถีเข้าสู่เป้าด้วยตนเอง อาวุธปล่อยนำวิถีถูกติดตั้งตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2544

นอกจากนี้ เรือหลวงจักรีนฤเบศรยังสามารถติดตั้งระบบปล่อยอาวุธทางดิ่ง Mark 41 แบบ 8 ท่อยิงสำหรับ ยิงจรวดซีสแปร์โรว (Sea Sparrow) และมีระบบป้องกันระยะประชิดฟารังซ์ (Phalanx) อีก 4 แท่นยิงอีกด้วย

เมื่อเรือหลวงจักรีนฤเบศรเข้าประจำการ ก็ได้รับเครื่องฮ็อคเกอร์-ซิดเดลี่ย์ แฮริเออร์ เอวี-8เอส และ ทีเอวี-8เอส มือสองจากกองทัพเรือสเปนเข้าประจำการจำนวน 9 ลำ และในปัจจุบันประสบปัญหาการดูแลรักษาและขาดแคลนอะไหล่ จึงมีคำสั่งปลดประจำการหมดแล้วทั้ง 9 ลำ และยังมีเฮลิคอปเตอร์ซี ฮอร์ก เอส-70บี จำนวน 6 เครื่อง

เรือจักรีนฤเบศร เปิดวันไหนบ้าง

เรือหลวงจักรีนฤเบศร เป็นเรือหลวงที่ความสามารถบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ 14 ลำ  ภายในเรือมีโรงเก็บขนาด 2,125 ตารางเมตรจึงสามารถเก็บอากาศยานได้ 10 ลำ

และที่สำคัญเรือหลวงจักรีนฤเบศรยังมีดาดฟ้าบินขนาด 174.6 กว้าง 27.5 เมตร และมีสถานีรับ-ส่งน้ำมันเชื้อเพลิง และสถานีจ่ายกระแสไฟฟ้าไว้บริการแก่อากาศยานที่จะนำเครื่องจอดลงบนดาดฟ้าได้ ซึ่งดาดฟ้าบินนี้สามารถรับ-ส่งเฮลิคอปเตอร์ได้ทุกประเภท

โดยน้ำหนักวิ่งขึ้นสูงสุดอยู่ที่ 7,000-136,000 กิโลกรัม กรณีเป็นเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่ อย่างเช่น ชีนุก เรือหลวงจักรีนฤเบศรสามารถรับส่งได้ที่จุดรับ-ส่งที่ 4 เท่านั้น

โดยการรับ-ส่งเฮลิคอปเตอร์ นั้นเรือหลวงจักรีนฤเบศรสามารถรับ-ส่งได้ 5 เครื่องพร้อมกัน มีสกีจั๊ม 12° สำหรับให้เครื่องแฮริเออร์ขึ้นบิน มีลิฟท์สำหรับอากาศยาน 2 ตัวแต่ละตัวรับน้ำหนักได้ 20 ตัน และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือ มีลิฟต์ลำเลียงสรรพาวุธอีก 2 ตัว